ค้นหาบล็อกนี้

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

คาถารวมจิต

คาถารวมจิต
อิติ สัมมาสัมพุทธัสสะ มะมะ จิตตัง


เวลานั่งภาวนาแล้วฟุ้งซ่านให้ใช้คาถานี้ท่อง
แทนคำภาวนาอื่นๆ

พระคาถาชินบัญชร

พระคาถาชินบัญชร

ตั้งนะโมฯ ๓ จบ
     ปุตตะกาโมละเภปุตตัง      ธะนะกาโมละเภธะนัง
     อัตถิกาเยกายะญายะ           เทวานังปิยะตังสุตตะวา
      อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
      มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
ชะยาสะนากะตา พุทธา           เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง             เย ปิวิงสุ นะราสะภา
ตัณหังกะราทะโย พุทธา         อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง          มัตถะเก เต มุนิสสะรา
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง             พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโตมัยหัง           อุเร สัพพะคุณากะโร
หะทะเย เม อะนุรุทโธ            สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง     โมคคัลลาโน จะ วามะเก
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง            อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม         อุภาสุง วามะโสตะเก
เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง             สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน             โสภิโต มุนิปุงคะโว
กุมาระกัสสะโป เถโร              มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเนนิจจัง          ปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ            อุปาลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา            นะลาเฏ ติละกา มะมะ
เสสาสีติ มะหาเถรา                วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา                 ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเต เชนะ           อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
ระตะนัง ปุระโต อาสิ             ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ          วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะ         อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ            เสสา ปาการะสัณฐิตา
ชินาอาณา วะระสังยุตตา       สัตตะปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา           พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
อะเสสา วินะยัง ยันตุ             อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ         สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ          วิหะรันตัง มะฮีตะเล
สะทา ปาเลน ตุมัง สัพเพ       เต มะหาปุริสาสะภา
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข  
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ      
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จารามิ ชินะปัญชะเรติฯ

(บทย่อ : ชินะปัญชะระปะริตตัง มัง รักขะตุ สัพพะทา )

คำอุทิศส่วนกุศล

คำอุทิศส่วนกุศล 

             อิทัง ปุญญะ พะลัง
             ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้ว ณ โอกาสนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี  ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งจงโมทนาในส่วนกุศลนี้ และขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน
              และข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลายที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลพิภพ มีท่านปู่พระยายมราช ท่านปู่ท้าวมหาราชทั้งสี่ ขอท่านปู่พระยายมราช ท่านปู่ท้าวมหาราชทั้งสี่ และเทพเจ้าทั้งหลายได้โปรดโมทนาส่วนกุศลนี้และขอจงเป็นสักขีพยานในการบำเพ็ญกุศลของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด
              ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ท่านทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี ที่เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลายจงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์และความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
               ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้ว ณ โอกาสนี้ ขอผลนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากขณะใดก็ตามที่ข้าพเจ้ายังทรงกายขันธ์ห้า อยู่นี้ ขอคำว่าไม่มี จงอย่าปรากฏกับข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

บทแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

แผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ                                ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ                           ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ                              ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ                       ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรค
                        อันตรายทั้งปวง
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ                   ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ   รักษา กายวาจา ใจให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด



โพชฌงค์ ๗ ประการ( โพชฌังคปริตร)

       โพชฌังคปริตร
โพชฌังโค สะติสังขาโต      ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ                 โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา          สัตเตเต สัพพะทัสสินา
มุนินา สัมมะทักขาตา                 ภาวิตา พะหุลีกะตา
สังวัตตันติ อะภิญญายะ        นิพพานายะ จะ โพธิยา
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ         โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
เอกัสมิง สะมะเย นาโถ     โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง
คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา          โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา          โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ          โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
เอกะทา ธัมมะราชาปิ               เคลัญเญนาภิปีฬิโต
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ          ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา            ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ            โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
ปะหีนา เต จะ อาพาธา             ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
มัคคาหะตะกิเลสาวะ               ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ          โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
**************************************
     

บทแปล
โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ๗ ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก จึงทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม โรคก็หายได้ในบัดดล


ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ.

พระคาถา อุณหิสสะวิชะยะ พุทธานุภาพมาก ในเรื่องของการมีอายุยืนยาวและยังทำให้สุขภาพแข็งแรง


พระคาถา อุณหิสสะวิชะยะ
   
อัตถิ อุณหิสสะ วิชะโย      ธัมโม โลเก อะนุตตะโร
สัพพะสัตตะหิตัตถายะ          ตังตวังคัณหาหิ เทวะเต
ปะริวัชเช ระชะทัณเฑ            อะมะนุสเสหิ ปาวะเก
พะยัคเฆ นาเค วิเส ภูเต          อะกาละมะระเณนะ วา
สัพพัสมา มะระณา มุตโต      ฐะเปตวา กะละมาริตัง
ตัสเสวะ อานุภาเวนะ             โหตุ เทโว สุขี สะทา
สุทธะ สีลัง สะมาทายะ          ธัมมัง สุจะริตัง จะเร
ตัสเสวะ อานุภาเวนะ             โหตุ เทโว สุขีสะทา
ลิกขิตัง จินติตัง ปูชัง              ธาระนัง วาจะนัง คะรุง
ปะเรสัง เทสะนังสุตวา           ตัสสะ อายุ ปะวัฑฒะตีติ.
บทแปล พระคาถาบทนี้ อยู่ในสมัยพุทธกาล ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงเมตตาให้เทวดาองค์หนึ่งที่กำลังหมดอายุขัย จะต้องลงไปเสวยกรรมในนรก แต่เทวดาองค์นี้ มีความกลัวมากที่จะต้องลงไปเกิดใน เมืองนรกจึงดิ้นรนทุกวิถีทาง ที่จะไม่ไปแต่ก็ไม่มีใครจะช่วยเหลือได้ แม้แต่องค์ พระอินทร์ แต่ยังโชคดีที่ได้พบพระพุทธเจ้า และทรงแนะให้ภาวนาคาถาบทนี้ จะได้มีอายุยืนยาวนานต่อไป เพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ บำเพ็ญภาวนา ใช้หนี้กรรมที่มีอยู่ ให้หมดไป
พระคาถาบทนี้ จึงมีพุทธานุภาพมาก ในเรื่องของการมีอายุยืนยาวและยังทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างง่าย ๆ อีกด้วย ผู้ที่มีสุขภาพไม่ดี หรือขี้
โรค หรือป่วยเป็นโรคที่รักษายากแล้ว ควรหมั่นท่องภาวนาเป็นประจำ

จะหายได้โดยเร็ววัน                    

บทสวดชุมนุมเทวดา

ชุมนุมเทวดา

(ถ้าจะสวดเจ็ดตำนานใช้บทนี้)
ปะริตตานุภาโว สะทา รักขะตูติ, ผะริต์วานะ  เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา,
อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ. 
 (ถ้าจะสวดสิบสองตำนานใช้บทนี้)
 สะมันตา จักกะวาเฬสุ       อัต์ราคัจฉันตุ เทวะตา,
สัทธัมมัง มุนิราชัสสะ        สุณันตุ สัคคะโมกขะทัง
 (บทสวดต่อไปนี้เหมือนกัน)
       สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน, ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุม์หิ เขตเต. ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา, ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระจะนัง สาธะโว เม สุณันตุ.
ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา
ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา
ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา
(หมายเหตุใช้สวดในวัด)
พุทธัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา
ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา

สังฆะปะยิรุปาสะวะนะกาโล  อะยัมภะทันตา.